
1. พระเจ้าอชาตศัตรูทรงครองแคว้นมคธ
ณ นครราชคฤห์ พระเจ้าอชาตศัตรูทรงครองราชย์และมีพระราชประสงค์จะขยายอาณาเขตไปยังแคว้นวัชชี
ลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่เริ่มวางแผนจนแคว้นวัชชีพ่ายแพ้

ณ นครราชคฤห์ พระเจ้าอชาตศัตรูทรงครองราชย์และมีพระราชประสงค์จะขยายอาณาเขตไปยังแคว้นวัชชี

พระเจ้าอชาตศัตรูทรงปรึกษาวัสสการพราหมณ์เรื่องการทำศึก วัสสการพราหมณ์เห็นว่าแคว้นวัชชีเข้มแข็งเพราะยึดหลักอปริหานิยธรรมและมีความสามัคคี

วัสสการพราหมณ์กับพระเจ้าอชาตศัตรูวางแผนให้พราหมณ์แสร้งทัดทานการทำศึกต่อหน้าขุนนาง เพื่อให้ดูเหมือนมีความขัดแย้งกันจริง

พระเจ้าอชาตศัตรูแสร้งกริ้ว สั่งลงโทษและขับวัสสการพราหมณ์ออกจากแคว้นมคธ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้แผนการ

วัสสการพราหมณ์เดินทางไปยังแคว้นวัชชี แสดงตนว่าได้รับความอยุติธรรมและขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารของกษัตริย์ลิจฉวี

กษัตริย์ลิจฉวีประชุมกันว่าจะรับวัสสการพราหมณ์ไว้หรือไม่ สุดท้ายเห็นว่าเขามีความรู้และอาจเป็นประโยชน์ จึงรับเข้าราชการ

วัสสการพราหมณ์ได้เป็นอาจารย์ของพระกุมารลิจฉวี เขาจึงมีโอกาสใกล้ชิดและศึกษานิสัยของแต่ละพระองค์

วัสสการพราหมณ์เรียกพระกุมารเข้าไปทีละองค์ ถามเรื่องเล็กน้อยหรือไม่มีสาระในห้องลับ แล้วปล่อยให้พระกุมารองค์อื่นสงสัยว่ามีเรื่องสำคัญ

เมื่อพระกุมารตอบไม่ตรงกับที่เพื่อนคาดคิด ความสงสัยจึงกลายเป็นการกล่าวหาและข่าวลือ ความไว้ใจกันเริ่มลดลง

พระกุมารนำเรื่องไปเล่าแก่พระบิดา ทำให้กษัตริย์แต่ละพระองค์เริ่มระแวงและเชื่อว่าฝ่ายอื่นปิดบังหรือคิดร้าย

เมื่อเวลาผ่านไปประมาณสามปี ความเป็นมิตรและความร่วมมือของกษัตริย์ลิจฉวีก็แตกสลาย ต่างฝ่ายต่างแยกพรรคและไม่เชื่อใจกัน

วัสสการพราหมณ์ให้ตีกลองเรียกประชุมเพื่อทดสอบ พบว่าไม่มีผู้ใดพร้อมใจกันมาประชุม แสดงว่าอปริหานิยธรรมถูกละทิ้งแล้ว

เมื่อเห็นว่าแผนสำเร็จ วัสสการพราหมณ์ส่งข่าวไปยังพระเจ้าอชาตศัตรูว่ากษัตริย์ลิจฉวีแตกความสามัคคีกันแล้ว

เมื่อกองทัพมคธยกมา ชาววัชชีและผู้นำท้องถิ่นพยายามปรึกษากัน แต่ไม่มีศูนย์รวมและไม่มีความร่วมมืออย่างแท้จริง

กองทัพมคธสามารถเข้าสู่แคว้นวัชชีและยึดครองได้โดยง่าย เพราะฝ่ายวัชชีอ่อนแอจากความแตกแยกภายในมากกว่าความพ่ายแพ้ทางกำลัง